logo Default FTIPC

MyResort.com

Member Login
Remember Login
Register l Forgot Password?
Follow Us
icon_facebook icon_twirter
FTIPC E-Newsletter

คำชี้เเจงกรณีเพลิงไหม้โรงงาน บีเอสที อิลาสโตเมอร์ส ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด

พัฒนาระบบลอจิสติกส์เพื่ออนาคตของการค้าไทยในอาเซียน

พัฒนาระบบลอจิสติกส์เพื่ออนาคตของการค้าไทยในอาเซียน
พัฒนาระบบลอจิสติกส์เพื่ออนาคตของการค้าไทยในอาเซียน

เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 เเน่นอนว่า รัฐบาลต้องมองภาพการบริหารประเทศที่ใหญ่ขึ้น เนื่องจากว่าประชากรมวลรวมจะเพิ่มขึ้นจาก 65 ล้านคน เป็น 600 ล้านคน คงยากที่จะปฏิเสธได้ว่า นักธุรกิจทุกภาคส่วนต้องมีผลกระทบกันโดยตรงอย่างเเน่นอน ไม่ว่าจะเป็นด้านบวก หรือเเม้กระทั่งด้านลบ ซึ่งต้องเตรียมตัวรับมือไว้อย่างดีที่สุด เเต่ต้องยอมรับว่า การรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจเดียวกันทั้งอาเซียนน่าจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่สุด เพราะจะทำให้ประเทศต่างๆที่เป็นสมาชิกของอาเซียนสามารถสร้างอำนาจต่อรองกับประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่าได้


ขณะเดียวกันก็จะทำให้สมาชิกอาเซียนเเต่ละประเทศสามารถพึ่งพาทรัพยากรทางเศรษฐกิจต่างๆรวมกันได้ ส่งผลให้เกิดการเสริมสร้างความเเข็งเเกร่งต่อสมาชิกอาเซียน เเละยังนำไปสู่การสร้างโอกาสการค้ากับกลุ่มคู่ค้าสำคัญๆอย่าง ญี่ปุ่น จีน เกาหลี อืนเดีย สหภาพยุโรป หรือสหรัฐอเมริกาได้อีกด้วย เมื่อพิจารณาสภาพการเเข่งขันทางการค้าของไทย ได้เข้าสู่ยุคการค้าที่เป็นเเบบไร้พรมเเดนเเล้ว เศรษฐกิจเเละการค้าของไทยได้ผูกติดกับระบบเศรษฐกิจการค้าโลกอย่างสิ้นเชิง เเละเป็นไปได้ว่าสภาพการเเข่งขันทางธุรกิจจึงถูกกดันจากทุกทิศทาง ผู้ประกอบการทุกภาคส่วนต้องเร่งปรับตัว เเละเพิ่มขีดความสามารถในการเเข่งขัน โดยการพัฒนาระบบ "ลอจิสติกส์"เพื่อให้สามารถตอบสนองการเเข่งขันที่รุนเเรงได้

ระบบ "ลอจิสติกส์" ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในศักยภาพที่ภาครัฐเเละหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจเเละการค้าของประเทศต้องตระหนักให้มากขึ้น เราะปัจจุบันต้นทุนด้านลอจิสติกส์ไทยสูงกว่าหลายประเทศในอาเซียน จึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องเร่งพัฒนาเเละเสริมสร้างให้ระบบการค้าโดยรวมทั้งในประเทษเเละต่างประเทศสามารถเเข่งขันในยุคกระเเสโลกาภิวัตน์นี้ได้


"จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยอมรับว่า ขณะนี้ต้นทุนการขนส่งของไทยเฉลี่ยผระมาณ 17.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวใภายในประเทศ (จีดีพี) สูงกว่าประเทศสิงคโปร์ที่อยู่ประมาณ 7% ประเทศในเเถบยุโรปประมาณ 9% เเละอเมริกา ประมาณ 10% หากจะให้เเข่งขันกับต่างประเทศได้ ต้องลดต้นทุนภาคการขนส่งให้ได่ โดยจะต้องพัฒนาระบบราง เเละทางน้ำเพื่อรองรับการขนส่งให้มากขึ้น 

"ภาพรวมการขนส่งของไทยปัจจุบัน เเบ่งเป็นการขนส่งทางบกมากที่สุด 86% ทางรางประมาณ 2% ซึ่งถือว่าน้อยมาก ทั้งที่การขนส่งทางรางมีต้นทุนที่ถูกกว่าการขนส่งทางด้านอื่น ส่วนทางน้ำ มีประมาณ 12 % ซึ่งหากเปรียบเทีนปริมาณการขนส่งเเต่ละครั้ง การขนส่งทางน้ำถือว่ามีต้นทุนที่ถูกเข่นกัน เพราะสามารถขนส่งได้ในปริมาณมาก ส่วนที่เหลือเป็นการขนส่งทางอากาศ การที่จะลดต้นทุนการขนส่งได้ก็ต้องเพิ่มการขนส่งทางรางเเละทางน้ำให้มากขึ้น"

อย่างไรก็ดี การเพิ่มศักยภาพการขนส่งยังเป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ด้วย ขณะเดียวกันก็เห็นว่า การสร้างมาตรฐานการขนส่งไทยก็ถือเป็นเรื่องจำเป็น โดยนอกจากจะเป็นเรื่องของกฎหมายที่ออกมาบังคับควบคุมเเล้ว ก็ต้องมีเรื่องของจริยธรรม คุณธรรม เเละจรรยาบรรณ มาอุดรูรั่วของกฎหมายด้วย เพราะหากมีทั้ง 3 อย่างที่กล่าวมา จะช่วยลดปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้

"การพัฒนามาตรฐานการขนส่งของไทย จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงของภาคการขนส่ง ทั้งทางบก ทางน้ำ อากาศ โดยเบื้องต้น รัฐบาลมีเเนวคิกที่จะตั้งศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าในภูมิภาค เช่น ที่ขอนเเก่น ใช้เป็นจุดในการขนถ่าย เเละกระจายสินค้า ซึ่งจะเป็นการเเก้ปัญหาการวิ่งรถเปล่ากลับ จากปัจจุบันที่รถจะขนสินค้าไปอย่างเดียว เเต่ตอนขากลับต้องกลับรถเปล่า ส่งผลให้ภาคการขนส่งสูญเสียต้นทุนไปประมาณ 50%"

"ผศ.ดร.พงษ์ชัย  อธิคมรัตนกุล" ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านลอจิสติกส์ เเละอาจารย์ประจำหลักสูตรการจัดการลอจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บอกว่า ในชั่วโมงนี้สิ่งที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบลอจิสติกส์ที่ทุกภาคส่วนจะต้องเร่มพัฒนา ได้เเก่

  1. การเร่งพัฒนาโครงข่ายการกระจายสินค้า หรืออาจรวมถึงศูนย์กระจายสินค้าทั้งภายในประเทศ เเละระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนในการกระจายสินค้าต่างๆที่สะดวกรวดเร็ว เเละใช้ต้นทุนที่ต่ำลง
  2. การเร่งขจัดปัญหาต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมายที่ล้าสมัย เเละไม่ส่งเสริมศักยภาพการเเข่งขันทางธุรกิจ
  3. การเร่งอำนวยความสะดวกด้านการเงิน การธนาคาร เเละการประกันภัยสินค้าต่างๆที่นับวันจะมีส่วนสนับสนุนเเบะเพ่ิมบทบาทสำคัฯในการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น สินค้าต่างๆโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก-นำเข้า หรือการค้ากับแระเทศหรือตลาดใหม่ มีความจำเป็นอย่างมาหที่จะต้องพึ่งพาขีดความสามารถเเละประสิทธิภาพในเรื่องนี้
  4. การส่งเสริมเเละสนับสนุนธุรกิจด้านลอจิสติกส์ เพื่อเสริมศักยภาพให้กับภาคการค้าเเละอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจด้านลอจิสติกส์ที่ช่วยเสริสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคการผลิตเเละส่งออก เเละช่วยลดภาระการลงทุนหรือการใช้ทรัพยากรในการทำธุรกิจที่ขาดประสิทธิภาพ 
  5. การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเเละการสื่อสารมาช่วยบริหารจัดการ วางเเผน ควบคุม เเละปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำธุรกิจเเละประสิทธิภาพของระบบลอจิสติกส์ ทำให้การค้าต่างๆมีความสะดวก รวดเร็ว เเละลดขั้นตอน ข้อผิดพลาด เเละความล่าช้าต่างๆลงได้
  6. การเสริมสร้งศักยภาพเเละขีดความสามารถในด้านกำลังคนเเละการบริหารจัดการลอจิสติกส์ทั้งในระดับตัดสินใจ หัวหน้างานหรือผู้ปฏิบัติงานให้สามารถควบคุมประสิทธิภาพเเละยกระดับศักยภาพโดยรวมของบริษัทเละธุรกิจ ทำให้กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ต่างๆมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เเละสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดที่มีพลวัตรสูงได้
ที่มา : สยามธุรกิจ
   
 
QUEEN SIRIKIT NATIONAL CONVENTION CENTER, ZONE D, 2ND FL, 60 NEW RACHADAPISEK RD., KLONGTOEY, BANGKOK 10110.
TEL: 02 345 1005 FAX: 02 654 5005   E-MAIL : info@ftipc.or.th
COPYRIGHT © 2011 ALL RIGHTS RESERVED